resultsearch

search

วันจันทร์ที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2554

Top 10 SEO ข้อผิดพลาด

Top 10 SEO ข้อผิดพลาด

1 กำหนดเป้​​าหมายคำหลักที่ไม่ถูกต้อง
นี้เป็นความผิดพลาดหลาย ๆ คนทำและสิ่งที่จะเลวร้ายยิ่งแม้แต่ผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ทำให้ คนเลือกคำหลักที่ในใจของพวกเขามีรายละเอียดของเว็บไซต์ของพวกเขา แต่ที่ผู้ใช้เฉลี่ยเพียงไม่สามารถค้นหาพวกเขา ตัวอย่างเช่นหากคุณมีเว็บไซต์ที่มีความสัมพันธ์คุณอาจพบว่า"ความสัมพันธ์คู่มือ"ไม่ทำงานสำหรับคุณถึงแม้ว่าจะมีความสัมพันธ์""คำหลักในขณะที่"แนะนำเดท"ทำงานเช่นเสน่ห์ การเลือกคำหลักที่เหมาะสมสามารถสร้างหรือทำลายแคมเปญ SEO ของคุณ แม้ว่าคุณจะมั่งคั่งมากคุณไม่สามารถคิดเกี่ยวกับตัวเองของคำหลักทั้งหมดที่ดี แต่เป็นคำหลักเครื่องมือที่ดีคำแนะนำของคุณตัวอย่างเช่นเว็บไซต์คำแนะนำเครื่องมือที่จะช่วยให้คุณค้นหาคำหลักที่มีดีสำหรับเว็บไซต์ของคุณ

2 ละเว้นแท็กชื่อ
ออกจากแท็ก title ที่ว่างเปล่ายังเป็นกันมาก นี้เป็นหนึ่งในสถานที่สำคัญที่สุดที่จะมีคำหลักเป็นเพราะไม่เพียง แต่จะช่วยคุณในการเพิ่มประสิทธิภาพ แต่ข้อความในแท็ก title ของคุณจะแสดงในผลการค้นหาเป็นชื่อหน้าของคุณ

3 เว็บไซต์แฟลชโดยไม่จำเป็นต้องเป็นทางเลือกที่ HTML
Flash อาจจะน่าสนใจ แต่ไม่ให้กับเครื่องมือค้นหาและผู้ใช้ จริงๆถ้าคุณยืนยันว่าเว็บไซต์ของคุณเป็น Flash - based และคุณต้องการให้เครื่องมือค้นหารักมันให้เป็นรูปแบบ HTML ที่นี่เคล็ดลับเพิ่มเติมสำหรับการเพิ่มประสิทธิภาพเว็บไซต์แฟลช เครื่องมือค้นหาไม่เช่นเว็บไซต์ Flash สำหรับเหตุผลที่แมงมุมไม่สามารถอ่านเนื้อหา Flash และดังนั้นจึงไม่สามารถสร้างดัชนีมัน

4 เมนูจาวาสคริปต์
โดยใช้ JavaScript สำหรับการนำทางไม่ได้เลวร้ายตราบใดที่คุณเข้าใจว่าเครื่องมือค้นหาจะไม่อ่านจาวาสคริปต์และสร้างหน้าเว็บของคุณตาม ดังนั้นถ้าคุณมีเมนู JavaScript คุณไม่สามารถทำโดยคุณควรพิจารณาการสร้าง Sitemap (หรือวางการเชื่อมโยงในแท็ก noscript) เพื่อให้การเชื่อมโยงทั้งหมดของคุณจะถูกติดตาม

5 การขาดความสอดคล้องกันและการบำรุงรักษา
เพื่อนของเราจากร็อบแบล็กโปรดักชั่นมักจะพบกับลูกค้าที่เชื่อว่าเมื่อคุณเพิ่มประสิทธิภาพเว็บไซต์จะทำ foreve ถ้าคุณต้องการที่จะประสบความสำเร็จคุณจำเป็นต้องเพิ่มประสิทธิภาพเว็บไซต์อย่างถาวรของคุณจะเก็บตาบนการแข่งขันและการเปลี่ยนแปลงในขั้นตอนวิธีการจัดอันดับของเครื่องมือค้นหา

6 มุ่งเน้นมากเกินไปในแท็ก meta
ผู้คนจำนวนมากดูเหมือนจะคิดว่า SEO คือเกี่ยวกับการขอคำหลักคำอธิบาย meta ของคุณและถูกต้อง! ในความเป็นจริงแท็ก meta จะกลายเป็น (ถ้าไม่ได้แล้ว) สิ่งที่ผ่านมา คุณสามารถสร้างคำหลักเมตาของคุณและคำอธิบาย แต่ไม่ได้ยกเว้นการจัดอันดับได้ดีเพียงเพราะการนี​​้

7 การใช้ภาพอย่างเดียวเท่านั้นสำหรับส่วนหัว
หลายคนคิดว่าภาพดูดีกว่าตัวอักษรสำหรับหัวเรื่องและเมนู ใช่ภาพที่สามารถทำให้เว็บไซต์ของคุณดูโดดเด่นมากขึ้น แต่ในแง่ของภาพ SEO สำหรับส่วนหัวและเมนูที่เป็นความผิดพลาดใหญ่เพราะ H2, H2, แท็ก ฯลฯ และการเชื่อมโยงเมนูเป็นรายการ SEO สำคัญ หากคุณกำลังกลัวว่า H1 H2 ของคุณ, แท็ก ฯลฯ ดูน่ากลัว, ลองเปลี่ยนพวกเขาในสไตล์หรือพิจารณาวิธีการนี​​้ : http://www.stopdesign.com/articles/replace_text

8 URL ที่ละเลย
หลายคนประมาทวิธีการที่สำคัญเป็น URL ที่ดีคือ ชื่อหน้าเว็บแบบไดนามิกจะยังคงบ่อยมากและไม่มีคำหลักใน URL ที่มีมากขึ้นกว่ากฎข้อยกเว้น ใช่มันเป็นไปได้ที่จะ rank สูงแม้ไม่มีคำหลักใน URL แต่ทั้งหมดเหมือนกันถ้าคุณมีคำหลักใน URL (โดเมนที่ตัวเองหรือชื่อไฟล์ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ URL) นี้จะช่วยให้คุณประโยชน์เพิ่มเติมมากกว่าของคุณ คู่แข่ง คำหลักใน URL ที่มีความสำคัญมากขึ้นสำหรับ MSN และ Yahoo! แต่แม้ด้วย Google น้ำหนักญาติของพวกเขาจะสูงดังนั้นจึงเป็นข้อแก้ตัวสำหรับการมี URL ที่ไม่มี keywordless

9 สแปมลิงก์ย้อนกลับ
มันเป็นความเข้าใจผิดที่พบว่ามันย้อนกลับขึ้นจะดีกว่าเสมอและเนื่องจากการนี​​้เว็บรีสอร์ทโทไปฟาร์มลิงค์, ฟอรั่ม / newgroup สแปม ฯลฯ ซึ่​​งในที่สุดอาจนำไปสู่​​เว็บไซต์ของพวกเขาได้รับการห้าม ในความเป็นจริงสิ่งที่คุณต้องการลิงก์ย้อนกลับที่มีคุณภาพ ที่นี่ข้อมูลบางอย่างเพิ่มเติมเกี่ยวกับความสำคัญของลิงก์ย้อนกลับเป็น

10 การขาดการใช้คำหลักในเนื้อหา
เมื่อคุณมุ่งเน้นไปที่คำหลักของคุณปรับเปลี่ยนเนื้อหาของคุณและใส่คำหลักที่ใดก็ตามที่มันทำให้รู้สึก จะดียิ่งขึ้นเพื่อให้พวกเขาเป็นตัวหนาหรือเน้นพวกเขา

วันอังคารที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2554

เปิดบริการฟังเพลงและเก็บไฟล์ออนไลน์ ของขวัญจาก AmaZon

    Amazon เปิดบริการฟังเพลงและเก็บไฟล์ออนไลน์    
กลับมาแล้วค่ะ หลังจากที่กูรูงานไอทีลาพักร้อนไปนาน ก็ได้เวลากลับมาอัพเดตข่าวไอทีกันแล้วค่ะ  เริ่มกันที่ข่าวไอทีข่าวแรกกันดีกว่าค่ะ  น่าจะถูกใจชาวไอทีกันแน่นอนค่ะ 
หลังจากที่ Amazon ได้เปิดตัว Appstore ของตัวเองไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ก็ได้ฤกษ์เปิดตัวบริการออนไลน์เพิ่มอีกสองบริการ ได้แก่บริการเนื้อที่เก็บไฟล์ชื่อว่า Amazon Cloud Drive และบริการฟังเพลงออนไลน์ในชื่อว่า Amazon Cloud Player
Amazon Cloud Drive เป็นบริการให้เนื้อที่จัดเก็บไฟล์ของผู้ใช้ไว้บนกลุ่มเมฆ ในเบื้องต้นมีเนื้อที่ให้ฟรี 5 GB ถ้าต้องการเนื้อที่เพิ่มสามารถซื้อได้ตั้งแต่ 20 GB จนถึง 1,000 GB ตอนนี้ยังสามารถใช้งานได้ผ่านทางเว็บเบราว์เซอร์เท่านั้น
Amazon Cloud Player เป็นบริการสำหรับฟังเพลงออนไลน์ โดยผู้ใช้สามารถอัปโหลดเพลงจากคอมพิวเตอร์ขึ้นไปเก็บไว้บน Cloud Drive (หรือซื้อจาก Amazon MP3 Store ก็ได้) แล้วสามารถสตรีมเพลงจาก Cloud Drive มาฟังได้ทั้งจากบนหน้าเว็บเบราว์เซอร์และมือถือ/แท็บเล็ต Android
จากการลองเล่นดู สามารถใช้งานทั้งสองบริการได้จากเมืองไทย โดย Cloud Drive จะใช้ได้เฉพาะเนื้อที่ฟรีเท่านั้น ยังไม่สามารถอัปเกรดได้ และ Cloud Player สามารถฟังผ่านหน้าเว็บได้ แต่แอป Amazon Cloud Player ไม่มีให้โหลดใน Android Market ประเทศไทย รวมทั้งยังไม่สามารถซื้อเพลงได้
นอกจากทั้งแอปเปิลและกูเกิลที่มีข่าวว่าจะเปิดบริการแบบเดียวกันแล้ว รายอื่นที่ได้รับผลกระทบก็มี Dropbox (เก็บไฟล์ออนไลน์ ฟรี 2 GB) และ Spotify (ฟังเพลง เก็บค่าบริการรายเดือน) ที่โดนเต็มๆ 
เอาใจชาวไอทีแบบนี้ รับรองได้ค่ะว่าในเร็ววันนี้ชาวไอทีต้องมีกันทุกคนแน่ ๆ เลย

วันพุธที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2554

พี่กุเกิลเปิดตัวแนะนำเพลงใหม่อีกแล้ว






แนะนำเพลงโด​​ย Beta Google3
RetweetMusic ช่วยให้คุณสามารถอัปโหลดเพลงของคุณคอลเลกชันส่วนบุคคลที่จะฟังได้ทุกที่เก็บทุกอย่างในลิสเพลงของเรา และลืมความยุ่งยากของการเชื่อมโยงแบเก่าๆ(บ้านเราก้ใช้สายอยู่แล้วนะ บ้ามเราเองอ่ะ )และ หากต้องการทดลองใช้งานขอเชิญที่ http://music.google.com (เพลงขณะนี้ให้บริการเฉพาะในสหรัฐอเมริกา :-( )

Google Business: Introducing the +1 Button

มาวันนี้คงปฎิเสธไม่ได้ว่า เจ้าปุ่ม “Like” จากยักษ์ใหญ่แห่ง social network อย่าง Facebook ได้ดึงเอากระแส social content voting ไปจากโลก internet เกือบหมด (ซึ่งแน่นอนบน NewSolution ก็มีมันอยู่ทุกบทความเลยล่ะ) มันมากจนเกิดกระแสขึ้นมาว่า Facebook จะเริ่มทำ search engine เอง สิ่งนี้ทำให้ยักษ์ตัวเบิ้มอย่าง Google ถึงกับสะดุ้งได้เหมือนกัน เพราะหลังจากครอบครองบัลลังก์โลก internet มาช้านาน ช่วงนี้ทุกคน (ประมาณ 500 ล้านคน!) ก็พากันเข้าเวบของ Facebook.com เกือบซะทุกวันซะด้วยสิ Google เลยกลับไปนั่งคิดเงียบๆ จนเริ่มขยับตัวบ้างแล้ว สิ่งแรกที่เห็นชัดเจนเลยคือ “Google +1″ ตัวนี้ล่ะครับ

หลักการของ Google +1 ง่ายๆ คือการที่ผู้ใช้อย่างเราๆ ท่องไปในโลก internet แล้ว “รู้สึกชอบ”, คิดว่า “เจ๋งหว่ะ”, “เพลงเพราะ”, หรือ “เขียนได้ฮาดี” ก็สามารถกดเจ้าปุ่ม Google +1 ง่ายๆ ได้ โดยสิ่งที่จะเกิดขึ้นคือ

  • คะแนน +1 ที่ได้จะนำไปคำนวน Page Rank ด้วย (ต่อไปจะมีการรัว +1 เพื่อทำ Page Rank หรือเปล่า? ฮ่า ๆ )
  • เวลาเพื่อนของเรา ค้นหาข้อมูลเดียวกัน ผลการค้นหาจะขึ้นมาว่า ตัวเรา (เพื่อน) ได้ให้คะแนน +1 เว็บนี้นะ ซึ่งเป็นเหมือนการ suggest ไปในตัวว่า “เนื้อหาที่ค้นหาในนี้ดี” หรือ “เว็บนี้ไง ok เลย”

ตอนนี้มีให้ทดลองในภาษาอังกฤษเท่านั้น และยังมีการเตรียมพร้อมสำหรับการเพิ่ม Google +1 เข้าไปในเว็บอย่างพวกเราด้วย (เหมือนกับ Facebook Like) ใครสนใจก็ ใครสนใจก็ลงทะเบียนรอที่นี่ครับ

ปล. นี่เป็นก้าวแรกของ Larry Page หลังจากขึ้นเป็น CEO แทน Eric Schmidt ในการ “ขอพื้นที่คืน” จาก Facebook หรือเปล่า? ต่อไปจะมีอะไรตามมาอีก น่าจับตามองจริงๆ ครับ