resultsearch

search

วันพฤหัสบดีที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

Google Plus ด้วย Topl.us

มีของเล่นออกมาเรื่อยๆ สำหรับบริการของ Google Plus และล่าสุดบริการเปลี่ยนลิงค์โปรไฟล์ใหม่
มาอีกแล้ว ซึ่งก่อนหน้านี้ได้เคยแนะนำ Plus.lyและ gplus.to ตอนนี้มีบริการน้องใหม่ที่เพิ่งเกิด
ขึ้นมาแนะนำให้เลือกใช้งาน คือ Topl.us ย่อลิงค์หน้าโปรไฟล์ของคุณให้สั้นลง มีหน้าที่เหมือนกับ
สองเว็บแรกที่แนะนำใช้งานง่ายๆ รีบไปจองชื่อเท่ๆ ที่คุณอยากได้กันเร็ว

สุดยอดตำนาน google


Google+
เพียงแค่ไม่กี่วันหลังจากเปิดตัว Google+ ก็ดังเป็นพลุแตก ต่างคนต่างเริ่มขวนขวายหา Invite และร้องไปถึง Google ให้เปิดให้บริการจริงๆ เสียที แต่ถึงแม้อีกมุมหนึ่งจะมองว่า Google+ น่าจะลงเหวซ้ำรอยเหมือน Google Wave และ Google Buzz ก็ตาม แต่ล่าสุด Paul Allen ผู้ก่อตั้งเว็บไซต์ Ancestry.com ก็ได้ประเมินยอดผู้ใช้และเปิดเผยว่า ภายใน 24 ชั่วโมงนับจากนี้ Google+ จะมียอดผู้ใช้เข้าสู่หลักสิบล้านรายแล้ว และน่าจะถึง 20 ล้านรายภายในอาทิตย์นี้
เหตุก็เป็นเพราะว่า จากการที่ Google เริ่มทดลองเปิดให้บริการจริงในสหรัฐ เมื่อตอนต้นเดือนที่ผ่านมา นับจากนั้น Google ก็เปิดทั้ง Invite และเปิดให้สมัครเข้ามาแบบไม่ต้องใช้ Invite เป็นพักๆ ไป จากการกระทำของ Google ก็ทำให้มียอดสมัครเข้ามาอย่างล้นหลาม จนทำให้ดิสก์เก็บข้อมูลในเซิร์ฟเวอร์เต็มและทำให้ระบบอีเมล์ล่มในเวลาต่อมา อีกทั้ง Eric Schmidt ก็ยังคาดการณ์ออกมาว่ายอดผู้ใช้อยู่ในหลักล้านแล้ว แต่ไม่ทราบจำนวนที่แน่นอนและมีแนวโน้มเพิ่มจำนวนเรื่อยๆ จนกลายเป็นปัญหาในตอนนี้ที่ว่า คนใช้เยอะแต่เซิร์ฟเวอร์รองรับไม่เยอะตามนั่นเอง (ข่าวเก่า)

Inside AdSense คิดว่าคนทำ Adsense

หลังจากที่ Adsense รองเว็บเนื้อหาภาษาไทย จากที่ผมสังเกตุดูมีเว็บโผล่ขึ้นมามากมาย มีทั้งดำและขาวแต่
ที่เห็นได้อย่างชัดเจนก็คือ มีคนทำบล๊อกเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเจน ทำบล๊อกแล้วได้เงินจริงหรือ?อันนี้ขอบอก
ว่าเป็นความจริงอย่างแน่นอน แต่คนทำ Adsense ตอนนี้ต่างปวดร้าวด้วยค่าคลิกที่ตํ่า 0.01ต่อคลิก มีหลาย
คนเริ่มต่อแล้วหันไปทำเว็บเนื้อหาภาษาอังกฤษเหมือนมันจะเป็นทางออกที่ดีกว่า หลายคนต่างหาวิธีต่างๆเพื่อ
จะเพิ่มยอดให้ได้เยอะ ทำ SEO หา Keyword ปั่นทราฟฟริกดึงคนเข้าเว็บ นี่คือสิ่งที่คนทำ Adsense กำลัง
ทำอยู่เพื่อความอยู่รอด แต่!ถ้าใครไม่ได้คิดจริงจังก็ไม่เป็นไร ปล่อยไ้ว้อย่างนั้นต่อไป…

ร่ายมนต์มาซะยาว มาเข้าเรื่องที่ผมเขียนถึงวันนี้ดีกว่า ติดโฆษณายังไงถึงจะดี? พอดีผมติืดตามอ่านบล๊อกนึง
ชื่อว่า Inside AdSense คิดว่าคนทำ Adsense หลายๆคนคงรู้จัก พอดีไปเจอคลิปวีดีโอที่บอกถึงการปรับ
แต่งโฆษณาว่า เลือกแบบไหน ปรับสีแบบไหนถึงจะดี มาดูกันเลยดีกว่า..
Optimisation Essentials Part 1

Bigger is better – for AdSense ad units
คลิปตัว 1 ก็เปรียบการติดโฆษณาเหมือนกันใส่เสื้อ ถ้าใส่เสื้อตัวเล็กเราก็รู้สึกอึดอัด แต่ถ้าใส่เสื้อที่มันมีขนาด
พอดีตัวแล้ว เราก็จะรู้สึกสบาย มันก็เปรียบเหมือนกับการติดโฆษณา ถ้าติดอันเล็กๆจะไปทำอะไรกิน ดูแล้วขัด
ลูกหูลูกแต่ แต่ถ้าเราติดให้มันมีขนาดพอๆดี โอกาสที่จะได้เงินนั้นมีสูงมากกว่า สรุปเพราะเฉพาะติดโฆษณา
ใหญ่ๆโตๆเห็นชัดๆย่อมมีโอกาสได้เงินมากกว่าแบบเล็กๆแน่นอน
Optimisation Essentials Part 2

Dress for success – impressing your audience
คลิปตัวที่ 2 จะพูดไปเรื่องถึงการปรับแต่งโฆษณาไม่ว่าจะเป็นในเรื่องสี ขอบ ลิ้งค์ของโฆษณา ควรปรับแต่ง
ให้ดูน่าสนใจและเข้ากับบล๊อกหรือเว็บ ในเรื่องของสีสัน แต่ไม่ใช่ปรับจนเนียนคิดว่านี่เป็นลิ้งค์ เดียวอาจจะโดน
แบนเอาได้ มีคนเคยพูดไว้ว่า ปรับแต่ง Adsense แบบเนียนมันผิดด้วยหรือจริงๆแล้วมันเป็นเทคนิคของแต่ละ
คนว่าจะปรับแต่งยังไง แต่ที่สำคัญมันอยู่ที่เราติดให้มันตรงจุดและไม่ผิดกฏของ Adsense ก็พอ แต่เรื่องการ
ปรับแต่้งตัวโฆษณาให้ดูสวยงามเข้ากับบล๊อกหรือเว็บแล้ว มันอาจเป็นจุดสนใจให้คนคลิกโฆษณาของคุณก็ได้
ปล.จากที่ผมเขียนมาทั้งหมด คุณอาจไม่เชื่อผมก็ได้ แต่ถ้าคุณอยากได้เงินจากบล๊อกจริงๆ ก็ลองปรับแต่งดู!

เมพขิงทั้งหลายอาจจะเห็นเป็นเรื่องธรรมดา

หลายคนที่ทำ adsense เมพขิงทั้งหลายอาจจะเห็นเป็นเรื่องธรรมดา แต่สำหรับบล๊อกเกอร์มือใหม่อย่างผมค่อนข้าง
ที่จะตื่นเต้นกับเรื่องนี้ มันเ้ป็นกำลังใจให้เขียนบล๊อกต่อไป ใครที่ยังไม่เชื่อว่าเขียนบล๊อกแ้ล้วได้เงินนั้น ผมขอยืนยันว่า
มันได้จริงๆแต่ต้องมีเทคนิคและความขยันอดทน รู้จักค้นหาข้อมูล เพื่อให้ได้ Content ดีๆ ผมเชื่อว่าบล๊อกทำแล้ว
ต้องมีคนอ่านอย่างแน่นอน เพียงแต่เราจับจุดของเราให้เจอว่าจะให้บล๊อกของเรานั้นเป็นไปในแนวทางไหนและการ
อัพบทความบ่อยๆจะช่วยเพิ่มทราฟฟริกให้กับบล๊อกคุณ จะทำให้มีคนติดตามอ่านบล๊อกคุณอยู่เป็นประจำ หาเรื่องโดนๆ
ที่ไม่ซํ้ากับชาวบ้านมาเขียน กำหนดเอกลักษณ์บล๊อก ผมติด adsense มาประมาณ 4 เดือนติดตั้งแต่มันยังไม่รองรับ
เว็บเนื้อหาภาษาไทย สำหรับมือใหม่อย่างผมได้แค่นี้ก็พอใจแล้ว “เขียนบล๊อก มันไม่ไร้สาีระนะ”

มาสรุปเส้นทางการทำ Amazon Affiliate 1 เดือนผ่านไปได้อะไรบ้าง

มาสรุปเส้นทางการทำ Amazon Affiliate 1 เดือนผ่านไปได้อะไรบ้าง

โพสนี้มาช้าไปหน่อยครับว่าจะโพสตั้งแต่วันที่ 28 พ.ย. 52 ที่ผ่านมาแต่ก็ไม่ได้โพสเอาเป็นว่าเริ่มต้นเดือนธันวาคม ถือว่าเป็นการส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ก็แล้วกัน 1 เดือนบนเส้นทางการทำ Amazon Affiliate ไม่มีรายได้จากการทำ Amazon สักบาทเดียวแต่ผมก็ยังไม่ท้อครับ แม้ถ้าผมขายได้สัก 1-2 ชิ้นคนอื่นๆ คงอิจฉาแย่ และโดยส่วนตัวผมคิดว่าถ้าได้จริงๆ ก็คงเป็นออร์เดอร์ที่ฟลุ๊คเอามากที่เดียว ผมกะไว้ว่า (พูดคุยกับ 10logic.com) ในเดือนแรกที่ผมเริ่มทำ Amazon ผมจะสรุปความเป็นไปเป็นมาของความเชื่อส่วนตัว สรุปปริมาณทราฟฟิก และ Click Order ใน Amazon ดู แล้วจะหาแนวทางของตัวเองว่าจะเดินกันอย่างไร ผมคงขายไม่ได้หรอกในเดือนแรกเพราะ SEO ก็อ่อนๆ bot ฝั่ง Yahoo ก็ผีเข้าผีออก และที่ทำสำคัญผมเริ่มจาก 2 เว็บบล็อก ไม่ใช่ 1,000 เว็บ 1,000 Aom ครับ “ได้แค่ไหนก็เอาน่า“
เครื่องมือ/เว็บบล็อก ในช่วงแรกผมขอสรุปสิ่งที่ผมมี สิ่งที่ผมใส่ลงไปก่อนนะครับ 1 เดือนผ่านไปผมได้เว็บบล็อก 2 URL คือ 1shopping.us (ตั้งใจว่าจะขายมันทุกอย่างชื่อเลยออกมาในแนวที่ไม่เป็น SEO เอาซะเลย) และ 1-2-shopathome.us (ตอนแรกที่ทำก็คิดว่าจะเอามาขาย Labtops แต่ดันไม่มีคีย์เวิร์ดสักคำ คีย์เวิร์ดส่วนใหญ่จึงไปอยู่ในเนื้อหาโพส) ถ้าเกี่ยวกับการทำ SEO แล้วซื้อที่ผมตั้งใช้ไม่ได้เอาซะเลยครับ แต่ผมก็เสียดายคครับไหนๆ ก็จดโดเมนมาแล้วเลยติดตั้ง Wordpress และลองใส่มันทั้ง Adsense และ Amazon ถ้ายังขายไม่ได้หรือไม่มีรายได้จาก Adsense เลยผมก็จะขายมันทิ้ง(ฮิๆๆ จะซื้อกันเท่าไรหละพวก Bot ทั้งหลายแหล่) เพราะถ้าเอาไว้ปีหน้าผมจะต้องหาเงินมาต่อโดเมน แต่กว่าจะหมดอายุก็น่าจะประมาณเดือน พ.ค. 53 ถ้าจำไม่ผิด ผมมีร้านค้าที่ทำมาจาก Aom ทั้งสองเว็บไซต์ครับ ดูหน้าตาร้านค้า Aom ได้ครับ ว่าแต่หละร้านของผมมี Catagories อะไรบ้าง แต่ผมก็ไม่ลืมนะครับที่จะใส่ Adsense ลงไปในร้านค้าด้วย Labtops Shop และ 1shopping

เป้าหมายมีไว้ให้พุ่งชน ว่าก็ว่าเถอะในเมื่อคนไทยลง Adword เยอะขึ้นทำทำไม Adsense ??

เป้าหมายมีไว้ให้พุ่งชน ว่าก็ว่าเถอะในเมื่อคนไทยลง Adword เยอะขึ้นทำทำไม Adsense ??

เป้าหมายมีไว้ให้พุ่งชนว่าก็ว่าเถอะครั้งแรกที่ผมทำ Google Adsense นั่นผมก็พุ่งสุดตัวเหมือนกันกว่าที่จะได้เช็กเงินสดจำนวน 3300 กว่าบาทมาครอบครอง แต่ผมก็หยุดไป แผ่วไป ไม่ใช่สิครับผมหยุดเพื่อที่จะก้าวต่อต่างหาก (พูดจาเป็นภาษาปรัชชาเลยนะเนี่ย) ผมประเมินตัวเองครับว่าถอยง่ายไป และยังเล่น Google Adsense ไม่เต็มที่ โดยส่วนตัวเป็นคนใจร้อน มีความอดทนต่ำ ต้องการเข้าถึงข้อมูลเร็วๆ ต้องการได้เงินเร็ว ซึ่งนิสัยเหล่านี้ทำให้เราทำ Google Adsense ไม่ได้นานหรือไม่ประสบผลสำเร็จนั่นแหละครับ แถมขี้เกียจทำ SEO ต่างๆ หาก ดูๆ ดูแล้วมันจะได้ยังไง เอาหละผมจะตั้งเป้าหมายใหม่ ดังนี้ครับ 3 เดือนหลังจากวันนี้มีเว็บบล็อกที่จดโดเมนเนมเองวางแผนว่าจะทำสัก 10 เว็บไซต์ก่อนแต่ละเว็บต้องมีโพสสัก 50 เรื่อง ทำ SEO เป็นประจำหรือพอเป็นกระสัยมุ่งประเด็นไปที่ “สูงสุดคือคืนสู่สามัญ” เพราะอะไรนั่นหรือครับเพราะ Google เปลี่ยนแปลงเร็วมาก ไม่ต้องวิ่งตาม และปัจจัยที่จะทำให้ขึ้นหน้าหนึ่งก็ไม่มีใครทราบว่ามีเท่าไรกันแน่ อีกประเด็นหนึ่งก็คือว่าตอนนี้ Pligg กำลังจะถูก Google สอย จริงๆ ผมมองว่ามันโดนตั้งนานแล้วหละ แต่ Google มันทำเนียนๆ นั่นหมายความว่าโพสในเว็บ Social Bookmarking พวก Pligg อาจจะไม่ใช่ทั้งหมดอีกต่อไป

คงไม่มีใครที่ทำ Google Adsense แล้วอยากได้คลิกราคาต่ำๆ คุณว่า Ads ราคาดีกว่ากัน

คงไม่มีใครที่ทำ Google Adsense แล้วอยากได้คลิกราคาต่ำๆ คุณว่า Ads ราคาดีกว่ากัน

ต่อเนื่องเรื่องความฉลาดของ Google โพสนี้มองในประเด็นของคนทำ Google Adsense คำถามมีอยู่ว่าคุณคิดว่าโฆษณาชิ้นในชุดโฆษณา 160*600 มีราคาแพงหรือว่าให้ผลตอบแทนสูงกว่ากันสำหรับคนทำ Adsense อย่างพวกเรา ในโพสนี้ผมแค็บเจอร์รูปโฆษณาในเว็บของมามาลองวิเคราะห์กันดู 1 ชุดและจะลองวิเคราะห์ดูว่าโฆษณาชิ้นไหนน่าจะให้ผลตอบแทนกับพวกเรามากที่สุดด้วยเหตุผล ความเชื่อส่วนตัว และประสบการณ์ที่พอจะมีมาบ้างกับการทำ Adsense เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนกับคนทำ Adsense คนอื่นๆ มันอาจจะไม่ถูกต้องทั้งหมด แต่ผมคิดว่ามันก็น่าคิด น่าวิเคราะห์กันดูเพราะว่า Google เองก็ไม่ได้พูดดความจริงกับพวกเราทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2554

Top 10 SEO ข้อผิดพลาด

Top 10 SEO ข้อผิดพลาด

1 กำหนดเป้​​าหมายคำหลักที่ไม่ถูกต้อง
นี้เป็นความผิดพลาดหลาย ๆ คนทำและสิ่งที่จะเลวร้ายยิ่งแม้แต่ผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ทำให้ คนเลือกคำหลักที่ในใจของพวกเขามีรายละเอียดของเว็บไซต์ของพวกเขา แต่ที่ผู้ใช้เฉลี่ยเพียงไม่สามารถค้นหาพวกเขา ตัวอย่างเช่นหากคุณมีเว็บไซต์ที่มีความสัมพันธ์คุณอาจพบว่า"ความสัมพันธ์คู่มือ"ไม่ทำงานสำหรับคุณถึงแม้ว่าจะมีความสัมพันธ์""คำหลักในขณะที่"แนะนำเดท"ทำงานเช่นเสน่ห์ การเลือกคำหลักที่เหมาะสมสามารถสร้างหรือทำลายแคมเปญ SEO ของคุณ แม้ว่าคุณจะมั่งคั่งมากคุณไม่สามารถคิดเกี่ยวกับตัวเองของคำหลักทั้งหมดที่ดี แต่เป็นคำหลักเครื่องมือที่ดีคำแนะนำของคุณตัวอย่างเช่นเว็บไซต์คำแนะนำเครื่องมือที่จะช่วยให้คุณค้นหาคำหลักที่มีดีสำหรับเว็บไซต์ของคุณ

2 ละเว้นแท็กชื่อ
ออกจากแท็ก title ที่ว่างเปล่ายังเป็นกันมาก นี้เป็นหนึ่งในสถานที่สำคัญที่สุดที่จะมีคำหลักเป็นเพราะไม่เพียง แต่จะช่วยคุณในการเพิ่มประสิทธิภาพ แต่ข้อความในแท็ก title ของคุณจะแสดงในผลการค้นหาเป็นชื่อหน้าของคุณ

3 เว็บไซต์แฟลชโดยไม่จำเป็นต้องเป็นทางเลือกที่ HTML
Flash อาจจะน่าสนใจ แต่ไม่ให้กับเครื่องมือค้นหาและผู้ใช้ จริงๆถ้าคุณยืนยันว่าเว็บไซต์ของคุณเป็น Flash - based และคุณต้องการให้เครื่องมือค้นหารักมันให้เป็นรูปแบบ HTML ที่นี่เคล็ดลับเพิ่มเติมสำหรับการเพิ่มประสิทธิภาพเว็บไซต์แฟลช เครื่องมือค้นหาไม่เช่นเว็บไซต์ Flash สำหรับเหตุผลที่แมงมุมไม่สามารถอ่านเนื้อหา Flash และดังนั้นจึงไม่สามารถสร้างดัชนีมัน

4 เมนูจาวาสคริปต์
โดยใช้ JavaScript สำหรับการนำทางไม่ได้เลวร้ายตราบใดที่คุณเข้าใจว่าเครื่องมือค้นหาจะไม่อ่านจาวาสคริปต์และสร้างหน้าเว็บของคุณตาม ดังนั้นถ้าคุณมีเมนู JavaScript คุณไม่สามารถทำโดยคุณควรพิจารณาการสร้าง Sitemap (หรือวางการเชื่อมโยงในแท็ก noscript) เพื่อให้การเชื่อมโยงทั้งหมดของคุณจะถูกติดตาม

5 การขาดความสอดคล้องกันและการบำรุงรักษา
เพื่อนของเราจากร็อบแบล็กโปรดักชั่นมักจะพบกับลูกค้าที่เชื่อว่าเมื่อคุณเพิ่มประสิทธิภาพเว็บไซต์จะทำ foreve ถ้าคุณต้องการที่จะประสบความสำเร็จคุณจำเป็นต้องเพิ่มประสิทธิภาพเว็บไซต์อย่างถาวรของคุณจะเก็บตาบนการแข่งขันและการเปลี่ยนแปลงในขั้นตอนวิธีการจัดอันดับของเครื่องมือค้นหา

6 มุ่งเน้นมากเกินไปในแท็ก meta
ผู้คนจำนวนมากดูเหมือนจะคิดว่า SEO คือเกี่ยวกับการขอคำหลักคำอธิบาย meta ของคุณและถูกต้อง! ในความเป็นจริงแท็ก meta จะกลายเป็น (ถ้าไม่ได้แล้ว) สิ่งที่ผ่านมา คุณสามารถสร้างคำหลักเมตาของคุณและคำอธิบาย แต่ไม่ได้ยกเว้นการจัดอันดับได้ดีเพียงเพราะการนี​​้

7 การใช้ภาพอย่างเดียวเท่านั้นสำหรับส่วนหัว
หลายคนคิดว่าภาพดูดีกว่าตัวอักษรสำหรับหัวเรื่องและเมนู ใช่ภาพที่สามารถทำให้เว็บไซต์ของคุณดูโดดเด่นมากขึ้น แต่ในแง่ของภาพ SEO สำหรับส่วนหัวและเมนูที่เป็นความผิดพลาดใหญ่เพราะ H2, H2, แท็ก ฯลฯ และการเชื่อมโยงเมนูเป็นรายการ SEO สำคัญ หากคุณกำลังกลัวว่า H1 H2 ของคุณ, แท็ก ฯลฯ ดูน่ากลัว, ลองเปลี่ยนพวกเขาในสไตล์หรือพิจารณาวิธีการนี​​้ : http://www.stopdesign.com/articles/replace_text

8 URL ที่ละเลย
หลายคนประมาทวิธีการที่สำคัญเป็น URL ที่ดีคือ ชื่อหน้าเว็บแบบไดนามิกจะยังคงบ่อยมากและไม่มีคำหลักใน URL ที่มีมากขึ้นกว่ากฎข้อยกเว้น ใช่มันเป็นไปได้ที่จะ rank สูงแม้ไม่มีคำหลักใน URL แต่ทั้งหมดเหมือนกันถ้าคุณมีคำหลักใน URL (โดเมนที่ตัวเองหรือชื่อไฟล์ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ URL) นี้จะช่วยให้คุณประโยชน์เพิ่มเติมมากกว่าของคุณ คู่แข่ง คำหลักใน URL ที่มีความสำคัญมากขึ้นสำหรับ MSN และ Yahoo! แต่แม้ด้วย Google น้ำหนักญาติของพวกเขาจะสูงดังนั้นจึงเป็นข้อแก้ตัวสำหรับการมี URL ที่ไม่มี keywordless

9 สแปมลิงก์ย้อนกลับ
มันเป็นความเข้าใจผิดที่พบว่ามันย้อนกลับขึ้นจะดีกว่าเสมอและเนื่องจากการนี​​้เว็บรีสอร์ทโทไปฟาร์มลิงค์, ฟอรั่ม / newgroup สแปม ฯลฯ ซึ่​​งในที่สุดอาจนำไปสู่​​เว็บไซต์ของพวกเขาได้รับการห้าม ในความเป็นจริงสิ่งที่คุณต้องการลิงก์ย้อนกลับที่มีคุณภาพ ที่นี่ข้อมูลบางอย่างเพิ่มเติมเกี่ยวกับความสำคัญของลิงก์ย้อนกลับเป็น

10 การขาดการใช้คำหลักในเนื้อหา
เมื่อคุณมุ่งเน้นไปที่คำหลักของคุณปรับเปลี่ยนเนื้อหาของคุณและใส่คำหลักที่ใดก็ตามที่มันทำให้รู้สึก จะดียิ่งขึ้นเพื่อให้พวกเขาเป็นตัวหนาหรือเน้นพวกเขา

วันอังคารที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2554

เปิดบริการฟังเพลงและเก็บไฟล์ออนไลน์ ของขวัญจาก AmaZon

    Amazon เปิดบริการฟังเพลงและเก็บไฟล์ออนไลน์    
กลับมาแล้วค่ะ หลังจากที่กูรูงานไอทีลาพักร้อนไปนาน ก็ได้เวลากลับมาอัพเดตข่าวไอทีกันแล้วค่ะ  เริ่มกันที่ข่าวไอทีข่าวแรกกันดีกว่าค่ะ  น่าจะถูกใจชาวไอทีกันแน่นอนค่ะ 
หลังจากที่ Amazon ได้เปิดตัว Appstore ของตัวเองไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ก็ได้ฤกษ์เปิดตัวบริการออนไลน์เพิ่มอีกสองบริการ ได้แก่บริการเนื้อที่เก็บไฟล์ชื่อว่า Amazon Cloud Drive และบริการฟังเพลงออนไลน์ในชื่อว่า Amazon Cloud Player
Amazon Cloud Drive เป็นบริการให้เนื้อที่จัดเก็บไฟล์ของผู้ใช้ไว้บนกลุ่มเมฆ ในเบื้องต้นมีเนื้อที่ให้ฟรี 5 GB ถ้าต้องการเนื้อที่เพิ่มสามารถซื้อได้ตั้งแต่ 20 GB จนถึง 1,000 GB ตอนนี้ยังสามารถใช้งานได้ผ่านทางเว็บเบราว์เซอร์เท่านั้น
Amazon Cloud Player เป็นบริการสำหรับฟังเพลงออนไลน์ โดยผู้ใช้สามารถอัปโหลดเพลงจากคอมพิวเตอร์ขึ้นไปเก็บไว้บน Cloud Drive (หรือซื้อจาก Amazon MP3 Store ก็ได้) แล้วสามารถสตรีมเพลงจาก Cloud Drive มาฟังได้ทั้งจากบนหน้าเว็บเบราว์เซอร์และมือถือ/แท็บเล็ต Android
จากการลองเล่นดู สามารถใช้งานทั้งสองบริการได้จากเมืองไทย โดย Cloud Drive จะใช้ได้เฉพาะเนื้อที่ฟรีเท่านั้น ยังไม่สามารถอัปเกรดได้ และ Cloud Player สามารถฟังผ่านหน้าเว็บได้ แต่แอป Amazon Cloud Player ไม่มีให้โหลดใน Android Market ประเทศไทย รวมทั้งยังไม่สามารถซื้อเพลงได้
นอกจากทั้งแอปเปิลและกูเกิลที่มีข่าวว่าจะเปิดบริการแบบเดียวกันแล้ว รายอื่นที่ได้รับผลกระทบก็มี Dropbox (เก็บไฟล์ออนไลน์ ฟรี 2 GB) และ Spotify (ฟังเพลง เก็บค่าบริการรายเดือน) ที่โดนเต็มๆ 
เอาใจชาวไอทีแบบนี้ รับรองได้ค่ะว่าในเร็ววันนี้ชาวไอทีต้องมีกันทุกคนแน่ ๆ เลย

วันพุธที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2554

พี่กุเกิลเปิดตัวแนะนำเพลงใหม่อีกแล้ว






แนะนำเพลงโด​​ย Beta Google3
RetweetMusic ช่วยให้คุณสามารถอัปโหลดเพลงของคุณคอลเลกชันส่วนบุคคลที่จะฟังได้ทุกที่เก็บทุกอย่างในลิสเพลงของเรา และลืมความยุ่งยากของการเชื่อมโยงแบเก่าๆ(บ้านเราก้ใช้สายอยู่แล้วนะ บ้ามเราเองอ่ะ )และ หากต้องการทดลองใช้งานขอเชิญที่ http://music.google.com (เพลงขณะนี้ให้บริการเฉพาะในสหรัฐอเมริกา :-( )

Google Business: Introducing the +1 Button

มาวันนี้คงปฎิเสธไม่ได้ว่า เจ้าปุ่ม “Like” จากยักษ์ใหญ่แห่ง social network อย่าง Facebook ได้ดึงเอากระแส social content voting ไปจากโลก internet เกือบหมด (ซึ่งแน่นอนบน NewSolution ก็มีมันอยู่ทุกบทความเลยล่ะ) มันมากจนเกิดกระแสขึ้นมาว่า Facebook จะเริ่มทำ search engine เอง สิ่งนี้ทำให้ยักษ์ตัวเบิ้มอย่าง Google ถึงกับสะดุ้งได้เหมือนกัน เพราะหลังจากครอบครองบัลลังก์โลก internet มาช้านาน ช่วงนี้ทุกคน (ประมาณ 500 ล้านคน!) ก็พากันเข้าเวบของ Facebook.com เกือบซะทุกวันซะด้วยสิ Google เลยกลับไปนั่งคิดเงียบๆ จนเริ่มขยับตัวบ้างแล้ว สิ่งแรกที่เห็นชัดเจนเลยคือ “Google +1″ ตัวนี้ล่ะครับ

หลักการของ Google +1 ง่ายๆ คือการที่ผู้ใช้อย่างเราๆ ท่องไปในโลก internet แล้ว “รู้สึกชอบ”, คิดว่า “เจ๋งหว่ะ”, “เพลงเพราะ”, หรือ “เขียนได้ฮาดี” ก็สามารถกดเจ้าปุ่ม Google +1 ง่ายๆ ได้ โดยสิ่งที่จะเกิดขึ้นคือ

  • คะแนน +1 ที่ได้จะนำไปคำนวน Page Rank ด้วย (ต่อไปจะมีการรัว +1 เพื่อทำ Page Rank หรือเปล่า? ฮ่า ๆ )
  • เวลาเพื่อนของเรา ค้นหาข้อมูลเดียวกัน ผลการค้นหาจะขึ้นมาว่า ตัวเรา (เพื่อน) ได้ให้คะแนน +1 เว็บนี้นะ ซึ่งเป็นเหมือนการ suggest ไปในตัวว่า “เนื้อหาที่ค้นหาในนี้ดี” หรือ “เว็บนี้ไง ok เลย”

ตอนนี้มีให้ทดลองในภาษาอังกฤษเท่านั้น และยังมีการเตรียมพร้อมสำหรับการเพิ่ม Google +1 เข้าไปในเว็บอย่างพวกเราด้วย (เหมือนกับ Facebook Like) ใครสนใจก็ ใครสนใจก็ลงทะเบียนรอที่นี่ครับ

ปล. นี่เป็นก้าวแรกของ Larry Page หลังจากขึ้นเป็น CEO แทน Eric Schmidt ในการ “ขอพื้นที่คืน” จาก Facebook หรือเปล่า? ต่อไปจะมีอะไรตามมาอีก น่าจับตามองจริงๆ ครับ

วันอังคารที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

ด้วยความลับที่ไม่ค่อยมีคนเปิดเผยถึงการทำเงินจาก Adsense

ด้วยความลับที่ไม่ค่อยมีคนเปิดเผยถึงการทำเงินจาก Adsense
Top Paying  for !!
 (ENG) ราคาแพงสำหรับกูเกิ้ล แอดเซ้นส์!
ผมกำลังจะนำพาคุณสู่เว็บที่บอกและรวบรวมคีย์เวิร์ดที่มีราคาต่อคลิกสูง กว่า 2,000 คีย์เวิร์ด
ระดับท้อปทีเดียว!!!
สิ่งที่คุณอาจสงสัย
  • ทำไมต้องรู้ถึงขนาดนั้น คู่แข่งเยอะจะตาย
  • เค้าจะบอกเราทำไม ทำไมไม่เก็บไว้ทำเอง
  • ทำเงินต่อคลิกสูงจริงแท้แน่นอนไหม
  • ภาษาไทยที่ทำยังเอาตัวไม่รอด
  • แล้วการโปรโมทแข่งกับฝรั่งทำไง
เหล่านี้ล้วนเป็นคำถามที่ค้างคาใจ คุณ รวมถึงผม :cool:
แต่สิ่งที่ผมยังคงครุ่นคิด คือ  หรือที่เราเรียกว่าคีย์เวิร์ด ยังคงเป็นตัวแปรสำคัญไม่น้อยทีเดียว สำหรับการกำหนดตัว โฆษณาของเจ้าGoogle Adsense ที่จะแสดง
และเราจะได้เงินจากการคลิกโฆษณาด้วย KW ที่เรากำหนดไว้ (ต่อคลิกสูงทีเดียว)
ดังนั้นการที่เราได้รู้ว่า KW ตัวไหนมีค่าต่อคลิกเท่าไหร่ มันเป็นเหมือนเข็มทิศนำทางคุณได้ดีทีเดียวใช่ไหมครับ สำหรับการกำหนดเนื้อหาภายในเว็บ ซึ่งประกอบด้วยคีย์เวิร์ดเหล่านั้น
สำหรับเว็บที่รวบรวมคีย์เวิร์ดแห่งนี้เหล่านักทำ SEO คงต่างร้องอ๋อ กันทีเดียว
แต่สำหรับมือใหม่หัดทำเล่าจะเอาที่ไหน ผมนำมาบอกกันที่นี่ครับ ให้ไปเว็บที่ผมจะลิงก์ให้ต่อไปนี้
คุณพร้อมแล้ว ใช่ไหม!!!
ปล. รวมรวบ KW ราคาต่อคลิกที่สูง จากตัวอักษร A-Z พระเจ้าจอห์จมันยอดเลยใช่ไหม!
สุดท้ายที่แนะนำ สำหรับคุณ
…แล้วเนื้อหาที่เป็นภาษาอังกฤษล่ะ ผมขอแนะนำที่นี่ครับ www.goarticles.com
เนื้อหาภาษาอังกฤษที่มีหลายหมวดหมู่ให้เลือกตามใจชอบ
ที่มา: http://www.tongzz.net

การหา Keyword เพื่อทำเงินให้มากๆแบบใช้เวลาเท่าเดิม

เรามีเทคนิคเล็กๆน้อยๆ มาฝากครับโดยเริ่มต้นจากคำที่เราคิดว่าจะใช้เป็น Keyword ในการทำ SEO ส่วน Keyword ราคา แพง เดวผมจะพูดในโพสต่อไปนะครับ ใจเย็นทีละ Step ครับ
อย่างเช่นผมจะทำเว็บเกี่ยวกับ Eye แต่คนที่ search เค้าจะไม้ Search คำเดียวใช่ไหมครับ อ้าวแล้วเราจะต้องมนั้ง list เองหรอ เช่น eye care , eye problem .... ถ้าทำอย่างนั้นได้หัวสมองคงเป็น พจนาณุกรมละครับมาดูวิธีกัน

1. หา Keyword ที่เราจะใช้เป็นหลักในการทำเว็บ จากที่ผใช้ Eye นะครับ

2. จากนั้น ให้เข้าไปที่ KeywordToolExternal จะเห็นว่ามีช่องให้ใส่ Keyword อยู่เราก็ใส่ Keyword ของเราเข้าไปโลดเลยครับ





3.จากนั้นเราจะเห็ย Keyword เยอะแยะไปหมดที่เกี่ยวข้องกับ Eye เอาสมุดมาจดเลยครับ เห้ยๆ ล้อเล่นๆ เลื่อนลงมาจะเจอที่ให้เซฟออกมาเป็น Excel ตามภาพเลยครับว่าแล้วก็กดเลย




4. มาเปิดในเครื่องเราดูหน่อยว่ามีคำไรบ้าง ถ้าจะดูว่าตำไหนค้นหาเยอะกว่าเพื่อน ก็เรียงลำดับตรงช่อง Approx Avg Search Volume ครับ เราจะเห็น Keyword ที่ีคนหา โอ้วแค่นี้เราก็พอรู้ว่าเราจะเอาคำไหน แต่เดวโพสหน้าเราจะเอา Keyword ของเราไปหาราคาดูกันครับว่าเวลาทำ Adsense กับ google แล้วมันจะได้ราคาคลิกละเท่าไร ตรงนนี้สำคัญมากสำหรับมือใหม่ครับ 

การหาราคา Click ของ Keyword ของเรา

เราจะมาดูกันครับว่า Keyword ที่เราจะเอามาเป็น Traffic ของเว็บของเรานั้นจะได้สักเท่าไรเมื่อมีคนเข้ามาคลิกนะครับ

มาดูวิธีกันเลยครับ

1. เราต้องเตรียม Keyword ที่เอามาจากโพสที่แล้วซึ่งอยู่ในรูปแบบของ Excel นะครับเลือกเลือกเอาคำที่มีการค้นหาพอประมาณไม่ต้องเอาเยอะเกินนะครับเพราะคู่แข่งจะเยอะราคาคลิกก็จะต่ำ แล้วก็อย่าเอาน้อยไปเพราะอาจจะมี Traffic น้อย
มาดูตามรูปเลยครับ



2 เมื่อเครียมเสร็จแล้วจากนั้นให้เข้าไปที่ TrafficEstimatorSandboxเมื่อเข้าไปแล้วจะเห็นช่องใส่ Keyword ตามภาพเราสามารถใส่ได้ทีละหลายๆคำโดยแยกเป็นคำละบรรทัด



3.เมื่อใส่ Keyword ของเราเข้าไปหมดแล้ว Copy มาจาก Excel เลยครับ จากนั้นให้เล่นลงมาข้างล่างจะมีให้เราเลือกว่า Selected Countries and/or Territories ให้เราเลือก



4. จากนั้นก็คลิก Continue ก็จะเห็นหน้านี้ครับ โอ้โหว ราคาแต่ละตัวไม่เหมือนกันเลย จากนั้นก็กดที่ Download as.cvs จะได้ไฟร์ ExCel ออกมา คราวนี้เราก็มาดูว่า Keyword ไหนราคาดีที่เราจะเอามาสร้าง Traffic ของเรา ง่ายไหมละครับการหาราคาวันนี้พอแค่นี้ก่อนนะครับ เดวครั้งหน้าจะมี Keyword ราคาแพงๆ มาให้ครับ วันนี้ไปละ


Make blogger by my basic blog


อีกตัวอย่างสำหรับการสร้างและหารายได้จาก Adsense  ที่หามาฝากเพื่อนๆ กัน

เสนอวิธีการสมัคร adsense

วันนี้ผมจะมาสอนวิธีที่ง่ายที่สุด

1. สมัคร Gmail ที่นี่ http://www.gmail.com

2. นำ Gmail ที่ได้ไปสมัคร http://www.blogger.com

3. เขียน Blog ด้วยเรื่องที่เราถนัด หรือที่เราสนใจ หรือที่หาข้อมูลง่าย และต้องเขียนเป็นภาษาอังกฤษเท่านั้น

บางคนบอกตายละ แบบนี้เลิกทำดีกว่า ต้องทำ Blog ภาษาอังกฤษ อย่าเพิ่งครับ มันมีทางออกที่ง่ายกว่านั้น

โดยการ หาข้อมูลเกี่ยวกับสิ่งที่จะเขียนลงใน blog ตามเวป http://www.wikipedia.org หรืออื่นๆ

เราก็จะได้ภาษาอังกฤษมาทำ Blog กันละ

4. เมื่อเราได้ Blog ภาษาอังกฤษ (พยายามเขียนให้มันดูเยอะหน่อย อาจจะซักเต็ม 1 หน้า) ให้เราเข้าไปสมัครที่ http://www.google.com/adsense

5. รออย่างเดียวครับ จะเร็วจะช้า ขึ้นอยู่ักับว่า คุณใส่เนื้อหาภาษาอังกฤษ ใน Blog ไว้เยอะขนาดไหน ถ้าเกิดทางทีมงาน Google Adsense ตรวจสอบได้ง่าย ก็จะผ่านเร็ว

คำค้น กุญแจทองสำหรับ adsense



เรื่องการทำเงินกับ Adsense มีหลายคนชอบบ่นว่าได้ค่าคลิกน้อย ผมว่าปัญหามันไม่ได้อยู่กับว่าค่าต่อคลิกน้อยครับ ปัญหาอยู่ว่าคุณเคยวิเคราะห์ Kw ก่อนทำเว็บเป้าหมายหรือไม่ เครื่องมือง่าย ๆ ที่แนะนำก็คือ Adword Tools ที่อยู่ http://adwords.google.com

ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ดีในการวิเคราะห์ค่าต่อคลิก ที่คุณคิดจะทำเว็บหาเงินในแนวนี้ แม้ CPC ที่ได้จากเครื่องมือตัวนี้จะไม่ถูกต้อง 100 % แต่อย่างน้อยมันก็ช่วยนำทางในการทำ Adsense ให้คุณได้ง่าย ๆ โดยไปแบบไร้ทิศทาง อย่างน้อยคงไม่ผิดเสียทีเดียวทั้งหมด ลองใช้มันให้เป็นประโยชน์แล้วค่อยลงมือทำเว็บ จะได้ไม่เหนื่อยมากครับ

วันจันทร์ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

100 โพสสู่ 100 เหรียญ

100 โพสสู่ 100 เหรียญ

รู้จักกับรายได้ออนไลน์ และ google adsense

Google AdSense คือบริการจาก Google ที่ให้ผู้ที่มีเว็บไซต์ สามารถหารายได้โดยการนำ Code ที่ได้จากการสมัครเป็นสมาชิกของ Google มาใส่ไว้ที่เว็บไซต์ของตนเอง ซึ่ง Code นั้นจะเป็น โฆษณาที่ส่งมาจาก Google โดยโฆษณานั้น ๆ จะเป็นโฆษณาที่มีเนื้อหาสอดคล้องกับเนื้อหาของเว็บไซต์ของคุณ ตัวอย่างเช่นถ้าเว็บไซต์ของคุณเป็นเว็บไซต์ที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยว โฆษณาที่ส่งมาจาก Google ก็อาจเป็นเว็บไซต์ที่เกี่ยวข้องกับ โรงแรม,สายการบิน เป็นต้น

โฆษณาที่ส่งมาจาก Google นั้น ๆ มีทั้งแบบ Text ,รูปภาพ และมีหลายขนาด ให้คุณได้เลือก นอกจากนั้นยังสามารถเลือกรูปแบบสีได้ตามความต้องการ เพื่อความเหมาะสมกับเว็บไซต์ของคุณ

แล้วโฆษณาต่าง ๆ เหล่านั้นมาจากไหน ??? หลายคงอาจสงสัย โฆษณาต่าง ๆ เหล่านั้นมาจากการทำ Google Adwords ซึ่งเป็นอีกหนึ่งบริการของ Google ที่ให้ผู้ประกอบการต่าง ๆ ที่ต้องการขายสินค้าหรือบริการต่าง ๆ โฆษณาสินค้าของตนเอง ผ่าน Search Engine ของ google รวมถึงเว็บไซต์อื่นๆ ที่นำ Google Adsense ไปติด เพื่อให้โฆษณาของตนเองอยู่ในตำแหน่งที่เด่น (เมื่อ Search ใน Google) กว่าข้อมูลอื่นที่ได้ผลลัพท์จากการค้นหา

รายได้จาก Google AdSense จะเกิดตอนไหน
จะมีอยู่ 2 กรณีครับคือ
จ่ายเมื่อคลิก (Pay Per Click)
เมื่อคนที่เข้าชมเว็บไซต์ของคุณ คลิกที่โฆษณาของ Google AdSense ซึ่งแต่ละคลิกจะได้ไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับผู้ที่ทำ Google Adwords จ่ายให้ Google มากน้อยเท่าไร ถ้าจ่ายให้มากคุณก็จะได้มากด้วยเช่นกัน
จ่ายเมื่อแสดงโฆษณา (Pay Per Impression)
อันนี้จะจ่ายให้คุณเมื่อมีการแสดงโฆษณา ครบ 1,000 ครั้ง โดยไม่นับว่าจะมีคนคลิกกี่ครั้งก็ตาม คุณจะไม่ได้รายได้จากการคลิก

นอกจากโฆษณาต่าง ๆ แล้ว การแนะนำ บริการต่าง ๆ ของ Gogle เมื่อมีคนใช้บริการ คุณก็จะมีรายได้จากการแนะนำนั้นด้วยซึ่งมีอยู่ดังต่อไปนี้

Google AdSense
• ค่าตอบแทน $5 หากมีผู้ที่สมัคร Google Adsense ผ่าน Referral ของคุณและได้ $5 ภายใน 180 วัน
• ค่าตอบแทน $250 หากภายใน 180 วันถ้าผู้ที่สมัคร Google Adsense ผ่าน Referral ของคุณสามารถทำได้ $100 โดยผู้ที่สมัครต่อจากคุณต้องกรอก PIN ก่อนคุณถึงจะได้รับค่าตอบแทน
• ค่าตอบแทน $2,000 หากคุณมี 25 คนที่สมัครต่อจากคุณภายในระยะเวลา 180 วัน ที่สามารถทำได้มากกว่า $100 คุณจะได้รับโบนัสเพิ่มทันที (โบนัสจะได้รับ 1 ครั้ง/ปี)

Google AdWords
• ค่าตอบแทน $5 หากมีผู้ที่สนในลงโฆษณากับ Google Adwords ผ่าน Referred ของคุณและชำระค่าบริการ $5
• ค่าตอบแทน $40 หากผู้ที่ลงโฆษณากับ Google Adwords ใช้บริการโฆษณาและชำระค่าบริการ $100 ภายใน 90 วัน
• ค่าตอบแทน $600 หากมีผู้สมัครผ่านคุณ 25 คนที่ลงโฆษณากับ Google Adwords โดยผู้ที่โฆษณาใครก็ตามที่ชำระค่าบริการมากกว่า $100 ภายใน 90 วัน คุณจะได้รับโบนัสเพิ่มทันที (โบนัสจะได้รับ 1 ครั้ง/ปี


Firefox
คุณจะได้ 1$ เมื่อมีคนดาวน์โหลด Firefox จากเว็บของคุณ แต่ผู้ดาวน์โหลดนั้น ๆ ต้องไม่เคยติดตั้ง Firefox มาก่อน (แต่อย่างไรผมก็ได้แค่ 10 เซ็นต์ ทำไมเป็นแบบนั้น ???)

AdSense for search
คุณจะได้เงินมีคนมาใช้ Googel Search Box จากเว็บของคุณ แล้วคลิกโฆษณาผลลัพท์ที่ได้จากการ Search นั้น ๆ (เว็บไซต์ที่ อยู่ในตำแหน่งสปอนเซอร์ จะอยู่ด้านบน เป็นกรอบที่เด่นชัด) ค่าตอบแทนจะได้มากหรือน้อยขึ้นอยุ่กับ Keyword ที่ผู้ใช้ค้นหา ซึ่งจะไม่เท่ากัน

Google Apps
Google Apps คือระบบที่เหมาะสำหรับองค์กรธุรกิจ โรงเรียน มหาวิทยาลัย ซึ่งในระบบจะมีบริการต่างๆที่สมาชิกในกลุ่มใช้ได้ เช่น อีเมลล์ ระบบการการสนทนาผ่าน Instant Massaging ระบบปฎิทิน ที่ทุกคนสามารถเข้าไปใช่ร่วมกันได้ เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นต่างภายในสมาชิก ระบบทั้งหมด Google เป็นผู้ให้บริการ โดยที่คุณไม่ต้องลงทุนอุปกรณ์และค่าซอฟท์แวร์แต่อย่างใด รวมถึงไม่ต้องเสียค่าบำรุงรักษา

คุณจะได้รับ $5 จากที่มีผู้สนใจคลิกโฆษณา Google Apps ผ่านเว็บไซด์ของคุณและได้ทำการลงทะเบียนอย่างเสร็จสมบูณณ์ อย่างไรก็ตามหากผู้ที่สนใจไม่ได้สมัคร Google Apps ทันทีก็ตามระบบจะเก็บขอมูลการคลิกโฆษณา Google Apps จากเว็บไซด์ของคุณต่ออีกเป็นเวลา 4 สัปดาห์ นั่นหมายถึงเขาอาจจะสมัครหลังจากนั้นก็ได้ แล้วคุณก็ยังได้รับรายได้อยู่

Google Checkout
Google Checkout คือระบบการจับจ่ายซื้อสินค้าที่สะดวก ปลอดภัยและรวดเร็ว ด้วยระบบการรับชำระของ Google Checkout คุณสามารถทำรายการสั่งซื้อและจ่ายค่าสินค้าตลอดจนตรวจสอบรายการ การสั่งซื้อหรือการจ่ายค่าสินค้าได้ด้วยตัวเองผ่านหน้าเว็บไซด์

คุณจะได้รับ $1 ถ้ามีผู้ที่สมัครบัญชี Google Checkout ผ่านการแนะนำจากเว็บไซด์ของคุณ และได้ทำรายการสั่งซื้อสินค้าภายใน 90 วันและรายการทุกอย่างเสร็จสมบูรณ์จนการชำระค่าสินค้าเสร็จสิ้น โดยมูลค่าของสินค้าต้องมีมูลค่า $10 ขึ้นไป ก่อนที่รวมภาษีและค่าขนส่ง ภายใน 7 วัน

ทีนี้ก็รู้จัก Google AdSense กันแล้ว เป็นอย่างไรบ้าง อยากทำกันบ้างหรือเปล่า ??

ที่มา : http://www.makemoney.bcoms.net

5 เหตุผลที่คนหาเงินจาก Adsense ไม่สำเร็จ

5 เหตุผลที่คนหาเงินจาก Adsense ไม่สำเร็จ

1. คุณเลือกทำ Niche Keyword ผิดที่ผิดทาง

2. คุณไม่ได้สร้างเนื้อหาที่เพียงพอเพื่อสร้างแรงดึงดูดใจให้กลับมาที่เว็บ เช่น คุณอัพเดทเว็บไซต์แค่ 1-2 ครั้งต่อเดือน และสำหรับคนที่ทำ Adsense สำเร็จโดยมากแล้วจะเลือกเขียนเนื้อหาที่มีคุณภาพสูง เป็นต้นฉบับที่ไม่ได้ลอกเขามา เคล็ดลับนี้ไม่เพียงแต่ทำให้เสริ์จเอนจินท์หลงรักเว็บคุณอย่างหัวปักหัวปำแล้ว ยังทำให้คนเข้าชมเว็บไซต์ประทับใจในเนื้อหาภายในเว็บไซต์ของคุณอีกด้วย

3. คุณวางตำแหน่งโฆษณาไม่ถูกที่ คือ คุณไม่ได้วางโฆษณาในตำแหน่งที่สะดุดตาและชัดเจน ลองปรับเปลี่ยนวางใกล้ ๆ กับเนื้อหาโดยให้กลมกลืมกับเนื้อหาดู

4. คุณเลือกใช้ขนาดของ Ads ที่ผิด โดยทั่วไปโฆษณาที่มีพื้นที่ใหญ่ ๆ ย่อมทำให้เห็นชัดเจนกว่าขนาดเล็ก ขนาดโฆษณาที่จะใช้แนะนำให้เป็นขนาด largerectangle (336×280). rectangle (300 x 250), Wide Skyscraper(160×600)

5. ไม่มีใครอ่านบลอคของคุณแน่นอนว่าบลอคที่มีเนื้อหาดีที่สุดบนโลกนี้ ก็ไร้ค่าถ้าไม่มีใครรู้ว่ามีบลอคนี้อยู่ ดังนั้นจงโปรโมทเว็บซะ ...

บทความจาก www.naitam.com